วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ทำความเข้าใจ “ศาสตร์แห่งการทำ Viral content”

ทำความเข้าใจ “ศาสตร์แห่งการทำ Viral content”

ได้ยินคำว่า "Viral ไวรัล ไวรัล ไวรัล ไวรัล ไวรัล ไวรัล ไวรัล ไวรัล ไวรัล ไวรัล ไวรัล ไวรัล ไวรัล" - -'

สังเกตุว่าได้ยินมานานนนนนมาก เรียกว่าตั้งแต่เริ่มจำความได้กับการเริ่มต้นอาชีพสาย Online Writer 
แต่เชื่อเถอะว่า ยังมีหลายคนที่ยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับคำว่า "Viral Content" อีกมากมาย 

คำว่า Virality อะไรนี่ มีกฎของ Metcalfe อยู่  ว่าด้วยเรื่องของ “การคำนวณมูลค่าของเครือข่าย” ซึ่งเค้าแทนค่า N ด้วยจำนวนของเครือข่ายที่คนๆ นึงจะสามารถเชื่อมต่อกันได้ (เช่นผ่านการ Likes, Tweet, Whatapps, Line ) และถ้าเราใช้ต้นทุนไปกับการทำ Viral มูลค่าเท่ากับ N ละก็ มูลค่าของ Viral ที่เราจะได้ (ถ้าแคมเปญหรืออะไรก็ตามที่เราทำ Viral มันเกิดการบอกต่อจริงๆ) มูลค่าของ Viral connection ที่เราจะได้ จะมีค่าเท่ากับ N2 ทันที

ส่วนประกอบของ Viral content

Viral content แบ่งออกเป็น 2 ส่วน
  1. content เจ๋งพอที่คนจะแชร์
  2. ซึ่งถ้ามีคนแชร์ปุ๊บ มันจะมีการบอกต่อผ่านการ like, tweet และยอด views ของ content ก็จะสูงชะลูด ปรู้ดปร้าดทันที

ประเภทของ Viral content
  • บทความ หรือบล็อก
  • Interactive content หรือคอนเทนต์ที่โต้ตอบกับคนเล่นได้ เช่น เกม, ควิซ หรือ widgets ต่างๆ
  • คลิป, เสียง
  • Infographics

เหตุผลที่คนจะแชร์
  • ตลก humour
  • เหลือเชื่อ  Incredible 
  • ฟีลกู๊ด  feel good <-- ประมาณ อืมมมมม "ข้าคือเทพ ผู้มาบังเกิด" ทำนองนี้
  • เห็นด้วย เลยแชร์เพื่อแสดงจุดยืน  <-- เฮ้ย เจ๋งว่ะมรึง แสดดดคิดได้งัย แชร์ๆๆๆ
  • ทำให้เราหยุดและคิดใคร่ครวญกับคอนเทนต์นั้นๆ ได้
  • ไม่โหล เช่น เที่ยงคืนมีคนแชร์รูป Doodle กันเป็นสิบๆ เพจแล้ว ถ้าบ่ายสามยังมีคนแชร์รูป Doodle อีก คนก็ไม่บอกต่อแล้วล่ะ
  • อ่านแล้วทำให้ใครบางคนยิ้มได้  <-- พวก Quote คำคำ 
  • ดราม่า  <-- อายุ 4 เดือน เพิ่งเกิด ขาดเลือดกรุ๊ป บลาๆ
  • มันช่างน่าอับอายอะไรเยี่ยงนี้ (เช่นรูปข่าวสามมิติที่ถ่ายรูปการตัดไม้ทำลายธรรมชาติ หรือข่าวพระมี in relationship ใน Facebook ไรงี้)
  • 18+ 

วิธีปั้นให้ Viral content เกิด

เชื่อไหมว่าหลายๆ อย่างที่เค้าบอกว่าเป็น Viral นักหนาเนี่ย บางอย่างก็เกิดไวรัลได้ด้วย “ความจงใจ” ด้วยการปั้นกระแสหลายๆ ทาง เพราะ content บางอย่างสามารถเป็น Viral ได้ก็จริง แต่หลายๆ แบรนด์ก็อยากจะให้มัน “เป็นกระแส” ให้เร็วที่สุด เพื่อตอบโจทย์อะไรบางอย่างของแบรนด์ เช่น แบรนด์จะมีอีเวนต์เปิดตัวอีกสัปดาห์นึง ต้องทำไงก็ได้ให้คนพูดถึงให้มากที่สุด ก่อนการจัดงานอีเวนต์ อะไรงี้ เพราะงั้นถ้ารอให้มันไวรัลจริงๆ มันอาจจะต้องใช้เวลา (ประดุจถ้าอยากเร่งให้มะม่วงสุกเหลืองไวๆ ก็บ่มแก๊สซะสิ ถึงมันจะไม่อร่อยลิ้นเท่ารอเวลาก็เถอะ) ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามานี้เค้าเรียกว่า “Seed Campaigns” 

อันว่าการ seeding ให้เกิดไวรัล ก็ทำได้หลายทาง เช่น
  • จ้างให้เซเล็บในทวิตเตอร์ช่วยโปรโมตผ่านทวีต
  • จ้างบล็อกเกอร์ให้เขียนบล็อกโปรโมตให้
  • จ้างให้โปรโมตผ่าน Facebook Pages ที่มีแฟนเยอะๆ
  • อะไรงี้เป็นต้น

ทั้งนี้อีกอย่างที่ทำแล้วเกิดกระแสแน่ๆ (แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของคนที่เข้าใจธรรมชาติของ Social Networl และเข้าใจการทำ viral นะ) ก็คือ “การทำแคมเปญเพื่อสังคม” เช่น ถ้ามี Like ถึงยอด จะไปสร้างบ้านให้น้องขนมต้มบนยอดดอยผักกูด อะไรงี้จ้ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น